วัดตโปทาราม (วัดบ่อน้ำร้อน)

วัดตโปทาราม (วัดบ่อน้ำร้อน)

       วัดตโปทาราม สร้างขึ้นโดย พระเทพสิทธิมงคล (เสนอ สิริปัญฺโญ) เมื่อปี พ.ศ. 2499 ติดต่อกับสวนสาธารณะรักษะวาริน มีบ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ 3 บ่อ เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดระนอง

     วัดตโปทารามแห่งนี้ ตั้งชื่อเหมือน วัดตโปทาราม ในเมืองสาวัตถี ประเทศอินเดีย เป็นบ่อน้ำแร่ร้อนศักสิทธิ์ที่รักษาโรคได้ และเป็นที่นิยมมาอาบน้ำแร่กันของชาวเมือง รวมถึงกษัตริย์อินเดียเมื่อในอดีตกาล การอาบน้ำแร่จะช่วยให้อายุยืน วัดบ่อน้ำร้อน จ.ระนอง มีห้องอาบน้ำแร่ร้อน จากบ่อน้ำร้อนศักสิทธิ์รักษะวาริน สามารถใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา 7:00 น.-16:00 น. ได้ทุกวัน 

 

     ตั้งอยู่เลขที่ 17/1 ถนนชลระอุ หมู่ที่ 2 ตำบลหาดส้มแป้น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับอนุญาตสร้างวัดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2501 กระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งวัดเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2506 ได้รับพระราชทานวิงสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2525 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร และได้ผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526 เดิมทีตั้งชื่อ "วัดชลระอุสังฆาวาส" แต่ภายหลังพระอาจารย์เสนอ ได้ตั้งชื่อใหม่ว่า "วัดตโปทาราม" 

 

อาณาเขต

หน้าวัด: ตำบลเขานิเวศน์ ถนนชลระอุ

หน้าพระสังฆกจายนะ : ตำบลบางริ้น

บริเวณโรงฉัน : ตำบลหาดส้มแป้น

บริเวณอุโบสถ : ตำบลบางนอน

 

ปูชนียสถาน

อุโบสถวัดตโปทาราม อายุ 40 ปี ผู้สร้างคือ พระเทพสิทธิมงคล (พระอาจารย์เสนอ)


ปูชนียวัตถุ

-พระพุทธรังษีวรโพธิ พระประธานในพระอุโบสถซึ่งอัญเชิญมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

-รอยพระพุทธบาท เป็นรอยพระพุทธบาทจำลองมาจากวัดพระพุทธบาทตากผ้า จังหวัดลำพูน สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ 2๐๐ ปี กรุงรัตนโกสินทร์

 

ประวัติ 

     พระเทพสิทธิมงคล (เสนอ สิริปัญฺโน) ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดตโปทาราม (วัดบ่อน้ำร้อน) ปัจจุบันสิริ อายุ 89 พรรษา 69 

     อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า เสนอ เจริญรักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2474 ที่หมู่บ้านปลายคลองสวัสดิ์ ต.มะมุ อ.กระบุรี จ.ระนอง โยมบิดา-มารดาชื่อนายเหี้ยนและนางถนอม

     ในช่วงวัย เยาว์ ภายหลังจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 โรงเรียนวัดมัชฌิมเขต (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนมัชฌิมวิทยา) ใกล้บ้านเกิด แล้วมาช่วยครอบครัวทำสวนเป็นเวลา 3 ปี ก่อนเข้าพิธีบรรพชาเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2490 ณ วัดมัชฌิมเขต ต.มะมุ อ.กระบุรี

     ด้วยความเป็นผู้ที่ รักการเรียน ชอบอ่านหนังสือทั้งทางโลกและทางธรรม จึงสำเร็จนักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ ณ สำนักเรียนวัดสุวรรณคีรีวิหาร ต.เขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง

     นอกจากนี้ ในขณะที่เป็นสามเณรนั้น ท่านยังได้ช่วยเหลือทางราชการด้วยการเป็นครูสอนหนังสือนักเรียนสายสามัญ เนื่องจากในสมัยก่อนขาดแคลนครูผู้สอน เพราะเงินเดือนครูน้อยมาก แค่เพียงเดือนละ 12 บาท ทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากเป็นครู

     กระทั่งอายุค รบ 20 ปีบริบูรณ์จึงเข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2494 ณ วัดอุปนันทาราม อ.เมือง จ.ระนอง โดยมีพระรณังควินัยมุนีวงศ์ (พลอย ธัมมโชโต) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา สิริปัญโญ

      หลังอุปสมบท ท่านได้สร้างผลงานมากมาย ท่านได้ช่วยเหลือทางราชการ เป็นผู้ริเริ่มก่อสร้างโรงเรียนสายสามัญในถิ่นทุรกันดารในจังหวัดระนองหลาย แห่ง เช่น โรงเรียนบ้านทุ่งคา โรงเรียนบ้านแหลมสน โรงเรียนบ้านเกาะพยาม โรงเรียนบ้านคลองของ โรงเรียนบ้านขจัดภัย โรงเรียนบ้านรังแตน เป็นต้น

       ท่าน ได้เล็งเห็นว่าการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างอนาคตของคน จึงได้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมจังหวัดระนอง แผนกสามัญ ในวัดตโปทาราม เมื่อปีพ.ศ.2506 เพื่อให้เด็กตามชนบทที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาได้มาบวชเรียน

       ต่อมาได้ เปิดสอนแผนกบาลีด้วย พร้อมทั้งได้ตั้งมูลนิธิของวัดขึ้นเพื่อนำดอกผลมามอบเป็นทุนการศึกษาแก่ สามเณรที่บวชเรียน และจัดหาทุนภายนอกซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนเป็นประจำทุกปีมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งพระอาจารย์ยังเป็นผู้สอนวิชาศีลธรรมในโรงเรียนต่างๆ ตั้งแต่ประถมจนถึงระดับอาชีวศึกษาและผู้ต้องขังในเรือนจำด้วย

       การบำเพ็ญสาธารณภัยและสาธารณประ โยชน์ พ.ศ.2532 ร่วมกับภิกษุ-สามเณร และชาวระนอง นำข้าวสาร อาหารแห้ง ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุเกย์ ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง จำนวน 500 ถุง และอ.ท่าแซะ จ.ชุมพร 1,000 ถุง

       พ.ศ.2533 ได้ร่วมกับพระธรรมทูต จ.ชุมพร สร้างโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารหมู่ที่ 2 ต.ปากทรง กิ่งอ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

        พ.ศ.2534 ได้นำคณะอุบาสกอุบาสิการ่วมทอดผ้าป่าช่วยเหลือผู้ประสบเคราะห์กรรมจากการ ระเบิดที่บ้านทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

         พ.ศ.2536 ร่วมกับประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาสร้างอาคารพยาบาลพระครูประจักษ์สารธรรม ให้โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร

ลำดับงานปกครอง
          พ.ศ.2517 เป็นพระครูประจักษ์สารธรรม ตำแหน่งเจ้าคณะตำบลกะเปอร์ เจ้าคณะอำเภอชั้นโท

           พ.ศ.2529 เป็นเจ้าคณะอำเภอกระบุรี เจ้าคณะอำเภอชั้นเอก พ.ศ.2540 เป็นเจ้าคณะจังหวัดระนอง

ลำดับสมณศักดิ์
            พ.ศ.2541 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระรณังคธรรมคณี
            พ.ศ.2547 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชรณังคมุนี และล่าสุด
            พ.ศ.2552 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพสิทธิมงคล

     ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะล่วงเลยเข้าสู่วัยชราแล้ว แต่หาได้หยุดนิ่งในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม ได้ศึกษาหาความรู้นำสืบทอดพุทธศาสนาและพัฒนาการศึกษาให้เยาวชน จนสำเร็จการศึกษาปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 คณะพุทธศาสตร์ สาขาศาสนา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช รุ่นที่ 48/2546

            พระเทพสิทธิมงคล มีหลักธรรมคำสอนประจำตัว คือ "งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบันดาลความสุข ทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อทำงาน ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยาชูกำลัง อุปสรรคคือความสำเร็จ และจงทำอย่างฉันทำ และจงทำอย่างฉันพูดคือ พูดจริง ทำจริง"

ที่มา: นสพ.ข่าวสด

ที่มา: ภาพ เฟสบุ้ค วัดตโปทารามระนอง พระมหาเจษฎา สิริวัณโณ รองเจ้าอาวาส วัดตโปทาราม จังหวัดระนอง

Powered by MakeWebEasy.com